IoT อนาคตContact Centerเชิงรุก แก้ปัญหาก่อนที่ลูกค้าจะโทรมา

งานบริการลูกค้าแบบดั้งเดิมมักเป็นการตั้งรับ คือรอให้ลูกค้าโทรเข้ามาแจ้งปัญหาก่อนจึงจะเริ่มดำเนินการแก้ไข แต่เมื่ออุปกรณ์ IoT
หรืออินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งแพร่หลายมากขึ้น Contact Center ในอนาคตมีโอกาสเปลี่ยนมาเป็นการดูแลลูกค้าเชิงรุกที่แก้ปัญหาได้ก่อนที่ลูกค้าจะรู้ตัวด้วยซ้ำ
IoT เปลี่ยนวิธีตรวจจับปัญหาอย่างไร
อุปกรณ์ IoT ที่ติดตั้งในสินค้าหรือบริการ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะหรือระบบอินเทอร์เน็ตในบ้าน สามารถส่งข้อมูลสถานะการทำงานกลับมายังระบบของธุรกิจแบบเรียลไทม์ เมื่อระบบตรวจพบความผิดปกติ ก็สามารถแจ้งเตือนทีม Contact Center ให้ติดต่อลูกค้าล่วงหน้าได้ทันที ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนลูกค้าต้องโทรเข้ามาร้องเรียนเอง
ตัวอย่างการใช้งานที่เป็นไปได้
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถตรวจพบสัญญาณเน็ตขาดหายและส่งทีมช่างไปแก้ไขก่อนที่ลูกค้าจะรู้ตัวว่าเน็ตมีปัญหา หรือธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าเมื่อระบบตรวจพบว่าอุปกรณ์ใกล้ถึงรอบต้องบำรุงรักษา ซึ่งช่วยสร้างความประทับใจที่เหนือความคาดหมาย
ประโยชน์ต่อธุรกิจและลูกค้า
การแก้ปัญหาเชิงรุกช่วยลดปริมาณสายร้องเรียนที่เข้ามาที่ Call Center และสร้างความประทับใจให้ลูกค้ารู้สึกว่าธุรกิจใส่ใจดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่รอแก้ปัญหาเมื่อเกิดความเสียหายไปแล้วเท่านั้น
ความท้าทายในการนำมาใช้
ธุรกิจต้องลงทุนเชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT เข้ากับระบบ Contact Center และต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าในการเก็บข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์ตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม
สรุป
IoT จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญที่ทำให้ Contact Center ก้าวจากการตั้งรับไปสู่การดูแลลูกค้าเชิงรุก ธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการที่เชื่อมต่อ IoT ได้ควรเริ่มศึกษาแนวทางนี้เพื่อสร้างความแตกต่างด้านประสบการณ์ลูกค้าในอนาคต


